ประโยชน์ความงามของ “อะโวคาโด

1. หมดปัญหาเรื่องรังแค

สำหรับสาว ๆ ที่มีปัญหาเรื่องรังแคหรือหนังศีรษะหลุดลอก ลองสกัดอะโวคาโดออกมาเป็นน้ำมันแล้วหมักลงบนเส้นผม โดยการนำเนื้อไปปั่นกับหัวกะทิให้เป็นเนื้อละเอียด จากนั้นนำไปต้มด้วยไฟอ่อนและคนทุก ๆ 5 นาทีจนกระทั่งน้ำระเหยออกไปเหลือแต่กากของมัน สุดท้ายนำไปกรองด้วยผ้าขาวบางก็จะได้น้ำมันอะโวคาโดออกมาแล้วค่ะ ซึ่งกรดอะมิโนและโปรตีนในผลไม้ชนิดนี้จะซึมซาบเข้าไปในหนังศีรษะ ช่วยฟื้นฟูและไม่ทำให้หนังศีรษะหลุดลอกออกมาเป็นรังแคได้อีก

2. เส้นผมสวยเป็นเงางาม

ใช้อะโวคาโด 1 ผล เอาเมล็ดออกแล้วคว้านเนื้อบดให้ละเอียด จากนั้นเทน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะและไข่แดง 1 ฟอง คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาป้ายบนเส้นผม หมักทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออก สระผมตามปกติ ทำแบบนี้ทุก ๆ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ รับรองเลยว่าเส้นผมของคุณจะนุ่มสลวยเปล่งประกายอย่างเห็นได้ชัด

3. ทำให้ขอบตาคล้ำดูแจ่มใสมากยิ่งขึ้น

สาว ๆ ที่นอนไม่พอจนใต้ตาคล้ำเหมือนหมีแพนด้า ลองฝานอะโวคาโดเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วมาแปะไว้ที่ตาก่อนนอนทุกคืนสัก 15 นาที เพียงแค่นี้ง่าย ๆ ก็จะช่วยให้รอยคล้ำใต้ตาของสาว ๆ จางลงแล้วล่ะค่ะ

4. มาสก์หน้าด้วยอะโวคาโด

แน่นอนว่าเนื้อของมันสามารถนำมาใช้มาสก์หน้าได้ ซึ่งก็มีหลายสูตรด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นบดผสมแตงกวา น้ำผึ้ง โยเกิร์ต กล้วย ไข่ ข้าวโอ๊ต แล้วแต่ว่าชอบแบบไหน แต่ทุกสูตรนั้นถ้าหากบดเนื้ออะโวคาโดลงไปด้วยก็จะทำให้ผิวหน้าของสาว ๆ อ่อนเยาว์และสดใสแน่นอนค่ะ

5. รักษาสิว ผิวหน้าสวย ด้วยอะโวคาโด

สิวเป็นปัญหาที่แก้ไม่หายสักที ถ้าอย่างนั้นลองมาสก์หน้าด้วยสูตรอะโวคาโดดูไหมคะ ส่วนผสมมีเพียงแค่ เนื้ออะโวคาโดครึ่งลูก ไข่ขาว 1 ฟอง และน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วพอกลงบนหน้าประมาณ 15 นาที ระวังอย่าให้เข้าตา จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น ซึ่งอะโวคาโดจะช่วยลดความมันของใบหน้า ไม่ทำให้เกิดสิวต่าง ๆ นั่นเองค่ะ

6. โลชั่นอะโวคาโด

ในน้ำมันอะโวคาโดมีความใกล้เคียงกับน้ำมันในผิวหนังของเรา ซึ่งจะช่วยปรับสภาพผิวให้อ่อนนุ่ม ไม่หยาบกร้าน อีกทั้งยังมีวิตามินที่ช่วยลดรอยแผลเป็นต่าง ๆ โดยทาน้ำมันอะโวคาลงบนผิว เน้นเป็นพิเศษในส่วนที่แห้งกร้าน เช่น ข้อศอก หัวเข่า ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วอาบน้ำตามปกติ

7. ครีมโกนหนวดจากอะโวคาโด

คิดไม่ถึงล่ะสิว่าอะโวคาโดก็สามารถนำมาทำเป็นครีมโกนหนวดได้ ซึ่งส่วนผสมหลัก ๆ นั้นได้แก่ น้ำมันอะโวคาโด น้ำมันมะพร้าว สบู่จากน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ น้ำมันหอมระเหยดอกลาเวนเดอร์ ผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วจึงป้ายลงบนผิวแล้วเตรียมโกนขนได้ เพราะในอะโวคาโดมีน้ำมันที่ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ทำให้โกนได้ง่ายมากขึ้น ดังนั้นถ้าสาว ๆ อยากโกนขนหน้า ขนรักแร้ หรือขนขา ก็หยิบอะโวคาโดมาใช้ได้เลย

8. อะโวคาโดแฮนด์สครับ

นอกจากมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายและใบหน้าแล้ว อะโวคาโดยังช่วยให้มือของเราเนียนนุ่มได้ ด้วยการนำอะโวคาโดครึ่งลูกมาบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำตาลและข้าวโอ๊ต ค่อย ๆ สครับลงบนผิวมือของเราทั้งสองข้าง ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างออก ทำแบบนี้เป็นประจำจะช่วยขจัดเซลล์ผิวและทำให้ผิวมือของเรานุ่มน่าสัมผัส

9. อะโวคาโดช่วยทำให้เล็บแข็งแรง

สาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาเรื่องเล็บอ่อน แป๊บ ๆ ก็ฉีกขาด ไม่สามารถไว้เล็บยาวได้ ลองนำน้ำมันอะโวคาโดที่สกัดแล้วมาบำรุงรอบ ๆ เล็บดูสิคะ ทำแบบนี้ทุกวันในตอนเย็น รับรองเลยว่าในเวลาไม่กี่สัปดาห์เล็บของคุณก็จะแข็งแรง ไม่ฉีกง่ายเหมือนแต่ก่อน

10. บำรุงเท้าด้วยอะโวคาโด

มาถึงอวัยวะส่วนล่างสุดของเรากันบ้าง แน่นอนว่าต้องใช้เดินทุกวัน จะไม่ให้เท้าของเราแห้งหยาบกร้านได้อย่างไร ดังนั้นต้องบำรุงเท้าของเรากันเสียหน่อย ด้วยการนำเมล็ดอะโวคาโดไปตากแห้งสัก 2 วัน ทุบให้แตกละเอียด นำเนื้ออะโวคาโดลงมาผสมกับเกลือและแป้งหยาบที่ทำจากข้าวโพด นำมาขัด ๆ ถู ๆ ที่เท้าของเรา หากรู้สึกว่าเจ็บก็สามารถผสมน้ำอุ่นได้ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออก เพียงแค่นี้เท้าของคุณก็จะผ่อนคลายแถมยังเนียนนุ่มด้วย

ครีมทาหน้ายี่ห้อไหนดี 2016

1. Smooth E Cream Plus White

มาเริ่มกันที่ครีมหนึ่งในดวงใจของสาว ๆ ที่ช่วยเรื่องสิวและรอยแผลเป็นจากสิวกันดีกว่าค่ะ สำหรับตัวนี้ถือเป็นไอเทมประจำตัวของสาว ๆ หลายคนเลยล่ะ เพราะช่วยทั้งเรื่องลดเลือนรอยแผลเป็นจากสิวและทำให้หน้าขาวกระจ่างใสขึ้น เรียกได้ว่าหลอดเดียวได้ครบที่ต้องการ พลาดไม่ได้เลยค่ะ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 120-425 บาท

2. Pond’s Age Miracle Cell ReGEN Day Cream SPF15

สาว ๆ คนไหนที่กังวลเรื่องริ้วรอยก่อนวัย ครีมตัวนี้เลยค่ะที่จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการให้กับคุณได้ เนื้อครีมจะค่อนข้างหอม และมีการการันตีจากสาว ๆ ที่เคยใช้แล้วว่าช่วยลดริ้วรอยได้อย่างเห็นผล ใช้แล้วหน้าไม่มันเยิ้ม ผิวกระจ่างใสขึ้น แถมยังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้อีกด้วย เหมาะสำหรับใช้ทุกวันเลยค่ะ ราคาประมาณ 449 บาท

3. Olay Total Effects 7 in One Day Cream Gentle

ครีมทาหน้าที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของสาว ๆ ได้ครบ ทั้งช่วยในเรื่องของริ้วรอย รอยสิว จุดด่างดำ ปรับผิวหมองคล้ำให้กระจ่างใส อีกทั้งยังช่วยกระชับรูขุมขน บอกเลยตัวนี้แหละค่ะที่เป็นลูกรักของใครหลายคนจนต้องยกให้เป็นสุดยอดครีมในปี 2016 เลย ^^ ราคาประมาณ 529 บาท

4. Fuji Cream Snail Cream With Aloevera

ครีมซองที่มาแรงที่สุดในชั่วโมงนี้ ตัวนี้เป็นครีมเมือกหอยทากค่ะสาว ๆ และดีเริดตรงที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ด้วย ทั้งช่วยลดรอยสิว ริ้วรอย แถมยังเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดีสุด ๆ บอกเลยตัวนี้ใคร ๆ ก็แนะนำค่ะ ราคาซองละ 39 บาท

5. Medmaker Vitamin E Cream

ครีมวิตามินอีอีกหนึ่งตัวที่ใช้ดีมาก ๆ ตัวนี้ทาแล้วไม่หนักหน้าเลยค่ะ แถมยังให้ความชุ่มชื้น เนื้อครีมซึมสู่ผิวเร็ว เหมาะกับสาว ๆ ที่ผิวแห้งทั้งหลาย จะช่วยเรื่องริ้วรอย รอยสิว จุดด่างดำ และฟื้นฟูสภาพผิวให้มีสุขภาพดีขึ้นได้ค่ะ ราคาประมาณ 85-200 บาท

6. Physiogel AI Cream

ครีมสำหรับผิวเป็นสิวและแพ้ง่ายหนึ่งในดวงใจของสาว ๆ สำหรับตัวนี้เพิ่งจะมีการปรับโฉมใหม่ค่ะ บอกเลยใครที่เคยใช้ครีมทาหน้าตัวอื่นแล้วแพ้ ลองหันมาลองใช้ตัวนี้ดูสิคะ เพราะไม่มีทั้งน้ำหอมหรือสารกันเสีย เรียกได้ว่าอ่อนโยนกับผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น และหากใช้อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นอีกด้วยนะคะ ราคาประมาณ 1,120 บาท

7. Snowgirl Squalane Serum Cream

ครีมทาหน้าชนิดเซรั่มตัวนี้เป็นครีมซองที่สาว ๆ หลายคนบอกต่อว่าใช้ดีมาก ๆ เลยค่ะ สามารถช่วยได้ทั้งเรื่องผิวเป็นกระ มีจุดด่างดำ หรือมีริ้วรอย รอยสิว รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน หลังใช้จะรู้สึกว่าผิวชุ่มชื้นขึ้น แต่ไม่หนักหน้าเลยค่ะ เพราะเนื้อครีมค่อนข้างบางเบา ที่สำคัญราคาไม่แพงอีกด้วย ซองละประมาณ 39 บาทเท่านั้นเอง

8. Snail White

ครีมเมือกหอยทากที่มาแรงอีกหนึ่งตัวในชั่วโมงนี้ สำหรับตัวนี้ถึงแม้จะมีราคาแพงไปนิด ประมาณ 1,290 บาท แต่ก็เป็นครีมที่จะสามารถฟื้นฟูได้ทุกปัญหาผิวเลยล่ะค่ะสาว ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิว ผิวแห้ง รูขุมขนไม่กระชับ ผิวมัน ผิวหมองคล้ำ ตัวนี้ตัวเดียวเอาอยู่ เนื้อครีมเวลาตบ ๆ จะยืด ๆ  คล้ายกับเมือกหอยทาก นอกจากจะช่วยเรื่องผิวสวยแล้ว เวลาใช้ยังรู้สึกสนุกอีกด้วยนะเนี่ย

9. Garnier Sakura White Day SPF21 PA+++

ครีมบำรุงผิวหน้าสำหรับสาว ๆ ที่อยากหน้าขาวแบบอมชมพูค่ะ ตัวสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว แม้กับผิวแพ้ง่าย ซึ่งจะช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นจนรู้สึกได้ และช่วยลดเลือนจุดด่างดำ กระชับรูขุมขน แถมยังเป็นเมคอัพเบสช่วยให้เครื่องสำอางติดทนอีกด้วยนะคะสาว ๆ ราคาประมาณ 289 บาท

10. La Roche-Posay Effaclar Duo Plus

มอยส์เจอร์ไรเซอร์ครีมบำรุงผิวหน้าตัวนี้ บอกเลยว่าเป็นที่สุดของสาว ๆ ที่มีปัญหาสิวเลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสิวอักเสบ สิวอุดตัน รวมถึงรอยดำรอยแดงที่เกิดจากสิว บอกเลยว่าเอาอยู่ ทั้งนี้แรก ๆ ใช้แล้วอาจจะขับสิวออกมา แต่ก็ไม่ต้องห่วงไปค่ะ หากใช้อย่างต่อเนื่อง หน้าของคุณสาว ๆ จะขาวเนียนใส ไร้สิวมากวนใจอย่างแน่นอน สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 990 บาท

วิธีทำให้คิ้วหนาง่าย ๆ

วิธีทำให้ขนคิ้วหนา แบบธรรมชาติ เพียงแค่มีหัวหอมก็ช่วยให้คิ้วของคุณดูดกดำและหนาขึ้นได้อย่างง่ายดาย

สำหรับสาว ๆ ที่มีปัญหาเรื่องคิ้วบาง คิ้วโล้น แบบว่าถ้าไม่แต่งหน้าก็ขอเขียนคิ้วก่อนออกจากบ้านก็ยังดี จะไปสักคิ้วสามมิติ แปดมิติก็กลัวเจ็บบ้าง กลัวออกมาไม่สวยบ้าง เฮ้อ… กลุ้มใจ จะให้พึ่งที่เขียนคิ้วไปตลอดชีวิตมันก็ยังไง ๆ อยู่ เอ… แล้วจะมีวิธีไหนบ้างนะที่จะช่วยให้ขนคิ้วของสาว ๆ งอกหนาและดกดำขึ้นได้ วันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีง่าย ๆ แบบธรรมชาติแต่ได้ผลจริงมาฝากค่ะ โดยใช้ตัวช่วยจากธรรมชาติที่สาว ๆ คาดไม่ถึงนั่นก็คือ “หัวหอม” นั่นเอง ก็หัวหอมที่ไว้ใช้ทำอาหาร มีติดกันแทบทุกครัวเรือนและยังทำให้เราร้องไห้นั่นแหละค่ะ แต่ใครจะไปคิดล่ะว่ามันยังสามารถทำให้ขนคิ้วของเราขึ้นได้เร็วและดูหนากว่าเดิมได้

สาเหตุที่หัวหอมสามารถทำให้ขนคิ้วของเราดูหนาและดกดำเป็นเพราะในหัวหอมมีสารกำมะถันหรือซัลเฟอร์ (Sulfur) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้เส้นขนงอกเร็วและหนาขึ้น อีกทั้งยังช่วยปกป้องหนังศีรษะจากรังแค เพราะมันจะไปกระตุ้นรูขุมขนและสร้างคอลลาเจน ทำให้เส้นขนงอกขึ้นมาใหม่ได้เร็วกว่าปกติ

ส่วนวิธีการสร้างขนคิ้วก็ง่าย ๆ เพียงแค่นำหัวหอมมาบีบคั้นเอาน้ำของมัน โดยการผ่าครึ่งลูกตามแนวตั้ง ใช้ส้อมขูด ๆ ตรงกลาง ให้แต่ละชั้นลอกออกมาเป็นแผ่น ๆ แล้วเอาสำลีแตะเพื่อให้น้ำหัวหอมซึมซับเข้าไป จากนั้นนำไปชโลมลูบตามแนวไรขนคิ้ว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วจึงล้างออก เพียงใช้วิธีนี้ทำ 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 2 เดือน ขนคิ้วของสาว ๆ ก็จะเริ่มหนา หน้าดูไม่โล้น ไม่ต้องพึ่งที่เขียนคิ้วอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ

ถ้าหากสาว ๆ ไม่ชอบกลิ่นหัวหอม แต่ก็อยากมีขนคิ้วที่หนาก็ต้องอดทนกันหน่อย ซึ่งระหว่างพอกสาว ๆ อาจจะอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้ดี ลมพัดโปร่งเย็นสบาย อย่างน้อยก็ช่วยลดกลิ่นของมันไปได้ระดับหนึ่ง แต่ถึงแม้กลิ่นหัวหอมจะฉุนแต่ผลลัพธ์ที่ได้ออกมารับรองว่าสาว ๆ จะต้องพอใจอย่างแน่นอนเลยล่ะค่ะ

สบู่ยี่ห้อไหนดี สบู่ยี่ห้อไหนหอม

การดูแลผิวกายสำหรับผู้หญิงอย่างเราถือเป็นเรื่องที่สำคัญนะคะสาว ๆ ดังนั้นการเลือกใช้อะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับผิวจึงต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุด โดยเฉพาะการอาบน้ำ ที่เป็นช่วงเวลาที่จะเราได้ผ่อนคลาย ดังนั้นการเลือกใช้ “สบู่” ก็ละเลยไม่ได้เช่นเดียวกันค่ะ นอกจากจะต้องเลือกใช้ที่คุณภาพดี ทำความสะอาดผิวได้หมดจดแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้หญิงจะให้ความสำคัญก็คือความหอมนั่นเอง ว่าแต่จะมีสบู่ยี่ห้อไหนบ้างนะ ที่ทั้งใช้ดี แล้วกลิ่นยังหอมติดทน เอาเป็นว่าไม่ต้องไปหาที่ไหนเลยค่ะ เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมได้รวบรวมมาให้สาว ๆ กันแล้ว จะมียี่ห้อไหนบ้าง ไปดูกันเลยดีกว่า

1. Madame Heng Merry Bell Soap

สบู่สมุนไพรที่ตั้งแต่รุ่นคุณแม่ใคร ๆ ก็ต้องรู้จักและเคยใช้ เพราะเป็นสบู่ที่บอกต่อกันมาว่าใช้ดีมาก ๆ ทั้งอาบสะอาด ผิวขาวขึ้น ใครเป็นสิวผด ๆ ตามแผ่นหลังใช้ตัวนี้รับรองเวิร์ก อีกทั้งกลิ่นยังหอมสดชื่น ล้างออกง่าย บอกเลยค่ะว่าใครได้ลองก็ต้องเทใจให้ ทั้งนี้ราคาก็ไม่แพงอีกด้วย ก้อนละประมาณ 40 บาทเอง

2. Bennett Vitamin C & E Soap

สบู่ที่สาว ๆ หลายคนพูดถึง และต่างคอนเฟิร์มว่าใช้แล้วผิวขาวใสขึ้นจริงอะไรจริง สำหรับตัวนี้ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายเลยค่ะ มีกลิ่นหอมคล้าย ๆ เปลือกส้ม นอกจากจะช่วยให้ผิวขาวขึ้นแล้ว ยังช่วยรักษาสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ และช่วยให้กลิ่นตัวลดลงได้ด้วย แต่ทั้งนี้อาบแล้วอาจจะรู้ว่าผิวแห้งไปนิด ดังนั้นอาบเสร็จแล้วอย่าลืมทาครีมด้วยนะคะสาว ๆ ราคาประมาณ 40-50 บาท

3. Scentio Milk Plus Bright & White Shower Cream

สบู่ในรูปแบบครีมอาบน้ำตัวนี้ อาบแล้วสาว ๆ จะได้ความรู้สึกเหมือนว่ากำลังอาบน้ำนมอยู่เลยล่ะค่ะ เพราะจะหอมกลิ่นนมมาก ๆ ทั้งนี้ยังช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่แห้งตึง อาบเสร็จแล้วผิวจะหอมกลิ่นนมติดตัว ฟินไปทั้งวันเลยล่ะค่ะ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 200 บาท

4. 12 Plus Snail Whitening Shower Cream

ครีมอาบน้ำสูตรผสมสารสกัดจากเมือกหอยทาก เป็นครีมอาบน้ำอีกตัวที่อาบแล้วฟินมาก ๆ เลยล่ะค่ะ เพราะเวลาใช้มือตบจะหนืด ๆ ยืด ๆ คล้ายเมือกหอยทาก แต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ ล้างออกง่าย กลิ่นก็หอมสุด ๆ ใช้ไปสักพักจะรู้สึกว่าผิวขาวเนียนขึ้น และสีผิวก็จะสม่ำเสมอขึ้นด้วยค่ะ ราคาประมาณ 60-130 บาท

5. Shokubutsu Monogatari Orange Peel Oil

สาว ๆ คนไหนที่ชอบครีมอาบน้ำกลิ่นหอมสดชื่น ๆ ตัวนี้แหละค่ะถูกใจแน่นอน เวลาอาบไปจะรู้สึกผ่อนคลาย เพราะกลิ่นส้มของตัวนี้จะหอมมาก ๆ นอกจากนี้ฟองยังเยอะและนุ่ม ผิวไม่แห้ง ที่สำคัญใช้ไปสักพักจะรู้สึกว่าผิวที่หมองคล้ำจะค่อย ๆ กระจ่างใสขึ้นด้วยล่ะค่ะ ราคาอยู่ที่ประมาณ 50-100 บาท

วิธีทําให้ผิวขาว 7 สูตร

1. 12 วิธีทําให้ผิวขาว บอกลาผิวหม่นหมอง เคล็ดลับดี ๆ ที่สาว ๆ ไม่ควรพลาด

ถ้าไม่อยากผิวขาวด้วยการเพิ่งกลูต้าไธโอน 12 วิธีทําให้ผิวขาวเหล่านี้แหละที่จะช่วยเนรมิตผิวขาว ๆ ให้กับคุณได้ โดยเฉพาะคุณสาว ๆ ที่มีปัญหาผิวหมองคล้ำ หม่นหมอง ยิ่งไม่ควรพลาด ! เพราะวิธีเหล่านี้เป็นวิธีแบบธรรมชาติที่ทำแล้วได้ผลจริง ๆ เอ้า ! ว่าแล้วก็มาเปลี่ยนให้ผิวขาวใสแบบปลอดภัยกันเถอะ

 

2. วิธีทำให้ผิวขาวเร็วภายใน 1 อาทิตย์ สวยทันใจ ได้ผลจริง

ถ้าอดใจไม่ไหวอยากจะมีผิวขาวแบบเร็ว ๆ ละก็ วิธีทำให้ผิวขาวเร็วภายใน 1 อาทิตย์นี่แหละตอบโจทย์ความต้องการให้กับคุณได้ เพียงแค่ปฏิบัติตามนี้อย่างเคร่งครัด รับรองว่าจะต้องสวยใสทันใจ ผิวขาวไวแน่นอน (แถมยังปลอดภัยด้วยนะ)

3. วิธีทําให้ผิวขาวแบบเร่งด่วน 6 สูตร (ไม่) ลับ ที่ใคร ๆ ก็ทำได้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสาว ๆ สมัยนี้มักจะหันไปเพิ่งทางการแพทย์ หรือรับประทานอาหารเสริมบำรุง เพื่อทำให้ผิวขาวขึ้นแบบทันใจ แต่ทั้งนี้สาว ๆ รู้ไหมคะว่ายังมีอีกตั้งหลายวิธีที่จะช่วยให้คุณขาวขึ้นได้แบบเร่งด่วนโดยที่ไม่ต้องเสี่ยง ซึ่ง 6 สูตร (ไม่) ลับต่อไปนี้แหละที่กระปุกดอทคอมการันตีเลยว่าปลอดภัย และช่วยให้ขาวขึ้นได้อย่างทันใจอย่างแน่นอน คอนเฟิร์ม

4. วิธีทำให้ผิวขาวแบบธรรมชาติ 3 สูตร (ไม่) ลับ ทำได้ง๊ายง่าย…

สำหรับคุณสาว ๆ ที่กำลังมองหาวิธีทำให้ผิวขาวแบบประหยัดเงินในกระเป๋า บอกเลยว่าห้ามพลาด ! 3 สูตรเด็ดที่จะช่วยให้ผิวของคุณขาวขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติที่หายได้ง่าย ๆ แถมยังมีราคาถูก บอกเลยประโยชน์ที่ได้นั้นคุ้มเกินคุ้ม

5.  สูตรผิวขาวด้วยสมุนไพร 7 สูตรง่าย ๆ คล้ำแค่ไหนก็ขาวขึ้นได้

สาว ๆ รู้ไหมคะว่าสมุนไพรไทยในบ้านเรานั้นมีหลายตัวเลยที่มีสรรพคุณช่วยให้ผิวขาวขึ้นได้ ถ้าอยากรู้ว่าจะมีอะไรบ้าง รีบมาดูสูตรผิวขาวด้วยสมุนไพรทั้ง 7 สูตรนี้กันเลย บอกเลยว่าง่ายมาก ๆ ไม่ว่าผิวของคุณจะคล้ำแค่ไหนก็ขาวกระจ่างใสขึ้นได้ไม่ยากเลย

6. 15 สูตรขัดผิวให้ขาวเนียนด้วยธรรมชาติ

มาถึงสูตรขัดผิวให้ขาวเนียนกันบ้าง สำหรับวิธีนี้ถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมาก ๆ เชียวล่ะ อีกทั้งยังสามารถทำได้เองง่าย ๆ เป็นสูตรจากธรรมชาติที่ปลอดภัย แถมยังได้ผลจริง แค่สาว ๆ ขัดผิวด้วยสูตรต่อไปนี้บ่อย ๆ ทำอย่างเป็นประจำ รับรองผิวขาวเนียนไร้ความหมองคล้ำแน่นอน

7. ขัดผิวขาว คัดเน้น ๆ 3 สูตรเด็ด ! คล้ำแค่ไหนก็เอาอยู่

แต่ถ้าสูตรขัดผิวตามหัวข้อด้านบนมีเยอะเกินไปจนเลือกไปถูกละก็ กระปุกดอทคอมคัดมาให้แล้ว 3 สูตรเน้น ๆ งานนี้ผิวคล้ำแค่ไหน ถ้าได้ลองขัดผิวด้วยสูตรเด็ด ๆ เหล่านี้เข้าไป รับรองเอาอยู่ ! ผิวของคุณจะค่อย ๆ ขาวขึ้นในเร็ววัน จนต้องมีคนทักถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

8 วิธีแก้รักแร้ดําแบบธรรมชาติ

1. มะนาว

นำมะนาวสดมาผ่าเป็นซีก ๆ เอาเมล็ดออกให้เรียบร้อย จากนั้นให้นำซีกมะนาวมาถูวนเบา ๆ ที่บริเวณรักแร้ เสร็จแล้วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออก เมื่อทำเป็นประจำ เซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วจะหลุดออก เผยให้เห็นใต้วงแขนที่ขาวกระจ่างใสได้ง่าย ๆ

 

2. มะขามเปียก

นำมะขามเปียกมาผสมกับน้ำสะอาด คั้นพอให้ได้เนื้อเหลว ๆ จากนั้นผสมน้ำผึ้งลงไปอีกเล็กน้อย คนให้เข้ากัน เสร็จแล้วให้นำมาพอกและขัดเบา ๆ ที่ใต้วงแขน ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออก ทำเป็นประจำ (วันเว้นวัน) จะช่วยขจัดผิวบริเวณรักแร้ที่หมองคล้ำให้ขาวกระจ่างใส

3. มะละกอ

นำมะละกอเหลืองที่ยังไม่สุกมากมาปอกเปลือกแล้วผ่าออกเป็นชิ้น ๆ จากนั้นให้นำชิ้นมะละกอมาถูรักแร้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออก ทำเป็นประจำทุกวัน เอนไซม์ของมะละกอจะช่วยทำให้รักแร้ขาวขึ้นได้

4. มันฝรั่ง

นำมันฝรั่งมาปอกเปลือกออกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นนำไปสับหรือปั่นให้ละเอียด เสร็จแล้วให้นำมาพอกที่บริเวณรักแร้ ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออก วิธีนี้ให้ทำสัปดาห์ละครั้ง เอนไซม์จากธรรมชาติที่อยู่ในมันฝรั่งจะช่วยแก้รักแร้ดำให้กลับมาขาวเนียนขึ้นได้

 

5. แตงกวา

นำแตงกวามาหั่นเป็นชิ้น ๆ แล้วนำไปปั่นให้ละเอียด (คั้นเอาแต่น้ำ) เมื่อได้น้ำแตงกวาแล้วให้ผสมผงขมิ้นและน้ำมะนาวลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากัน จากนั้นให้นำมาทาที่รักแร้ ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออก หากทำเป็นประจำทุกวันรักแร้จะค่อย ๆ ขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

6. แอปเปิลเขียว

นำแอปเปิลเขียวมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นเอาไปปั่นให้ละเอียด (คั้นเอาแต่น้ำ) เมื่อได้น้ำแอปเปิลแล้วให้บีบน้ำมะนาวผสมลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากัน นำแผ่นสำลีมาชุบแล้วทาที่ใต้วงแขน ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออก วิธีนี้ก็สามารถช่วยให้รักแร้ขาวขึ้นได้ไม่แพ้วิธีอื่น ๆ เลย

 

7. เกลือสปา

นำเกลือสปามาขัดวน ๆ บริเวณรักแร้อย่างเบามือในขณะอาบน้ำ ระวังอย่าขัดจนแรง เพราะอาจทำให้รักแร้มีแผลหรือเกิดการถลอกได้ ซึ่งให้ทำเป็นประจำ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง รักแร้จะค่อย ๆ ขาวขึ้น และผิวหนังไก่ก็จะเรียบเนียนขึ้นด้วย

8. น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

การใช้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นตัวช่วย ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยแก้ปัญหารักแร้ดำอย่างได้ผล โดยให้นำสำลีมาชุบน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นแล้วนำมาทาที่บริเวณรักแร้ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ทำเป็นประจำ วันเว้นวัน น้ำมันมะพร้าวที่มีวิตามินอีจะช่วยบำรุงให้รักแร้ขาวขึ้นได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้กลิ่นตัวลดลงอีกด้วย

 

7 วิธีแก้ขาลายแบบธรรมชาติ

1. น้ำมะนาว กับดินสอพอง

วิธีนี้ง่ายมาก ๆ เลยค่ะสาว ๆ เพียงแค่นำน้ำมะนาวมาผสมกับดินสอพอง คนให้เข้ากันพอได้เนื้อครีมข้น ๆ แล้วนำมาพอกขาบริเวณที่เป็นจุดด่างดำ ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกโดยใช้ใยบวบขัดเบา ๆ ทำเป็นประจำทุกวัน รอยด่างดำก็จะค่อย ๆ จางหายไปเอง

 

2. มะขามเปียก

นำมะขามเปียกมาละลายกับน้ำสะอาดเล็กน้อย คั้นพอให้เป็นเนื้อเหลว ๆ จากนั้นให้นำไปขัดผิวให้ทั่ว พอกทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกพร้อมกับใช้ใยบวบขัดเบา ๆ หากทำเป็นประจำจากขาลาย ๆ จะสวยเนียนได้เหมือนเดิม

 

3. ขมิ้นผง

นำขมิ้นผงมาผสมกับน้ำสะอาดเล็กน้อย จากนั้นให้นำมาขัดผิวบริเวณที่เป็นจุดด่างดำให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออก วิธีนี้นอกจากจะช่วยทำให้ขาลายจางลงได้แล้ว ยังทำให้ผิวขาวขึ้นอีกด้วยนะ

4. เกลือสปา

นำเกลือสปาที่มีขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด มาขัดผิวในบริเวณที่มีปัญหาจุดด่างดำ โดยให้ขัดทุกครั้งตอนอาบน้ำ ประมาณสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ปัญหาขาลายจะค่อย ๆ จางลงอย่างเห็นได้ชัด

5. ว่านหางจระเข้

เนื่องจากว่านหางจระเข้มีสรรพคุณช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวหนังได้ดี ดังนั้นใครที่มีปัญหาขาลายเนื่องจากเป็นแผล โดนแมลงสัตว์กัดต่อย เมื่อแผลหายแล้วก็สามารถนำว่านหางจระเข้สด ๆ ที่ปอกเปลือกแล้วเหลือแต่วุ้นใส ๆ นำมาถูบริเวณผิวให้ทั่ว ทำทุกวัน รอยแผลจะค่อย ๆ จางหาย หมดกังวลเรื่องปัญหาขาลายไปได้เลย

6. มะกรูด

สำหรับวิธีนี้ถือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาค่ะ โดยให้นำผลมะกรูดมาผ่าครึ่ง แล้วนำมาขัดผิวให้ทั่ว ทำทุกวันก่อนอาบน้ำ นอกจากจะช่วยลดจุดด่างดำที่ขาได้แล้ว ยังช่วยทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้นอีกด้วย

7. หินขัดขี้ไคล

หากสาว ๆ คนไหนที่หาวัตถุดิบที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้ หินขัดขี้ไคลก็ถือเป็นตัวช่วยจัดการกับปัญหาขาลายได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ โดยทุกครั้งที่อาบน้ำ เพียงแค่นำหินมาขัดอย่างเบามือ ทำทุกวันอย่างสม่ำเสมอ หินจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก ทำให้เผยผิวเนียนใส ไร้ริ้วรอย หมดปัญหาขาลายได้ง่าย ๆ

 

7 วิธีแก้ข้อศอกดำ

1. ขัดด้วยน้ำมะนาว หรือมะขามเปียก

เนื่องจากน้ำมะนาว และมะขามเปียก มี AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และจะช่วยเผยผิวใหม่ให้มีความขาวเนียนและกระจ่างใสได้มากขึ้น ดังนั้นการนำน้ำมะนาว หรือมะขามเปียกมาขัดข้อศอกเป็นประจำจะช่วยทำให้ข้อศอกของคุณขาวขึ้นได้ ซึ่งวิธีทำก็ง่าย ๆ เพียงแค่นำมะนาวสดที่ผ่าครึ่งแล้ว หรือมะขามเปียกผสมน้ำพอให้ได้เนื้อข้น ๆ นำมาขัดที่บริเวณข้อศอก ขัดเสร็จแล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด วิธีนี้สามารถทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ ข้อศอกของคุณจะขาวขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความหยาบกร้านได้ดีอีกด้วย

2. สครับด้วยเกลือ

นำเกลือป่น มาผสมกับเบบี้ออยล์ คนให้เข้ากันพอให้เกลือยังไม่ละลาย จากนั้นให้นำมาขัดเบา ๆ ที่บริเวณข้อศอก พักทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด ตามด้วยการทาโลชั่นบำรุงทันที วิธีนี้หากทำเป็นประจำจะทำให้ข้อศอกขาวเนียนกระจ่างใส และออยล์ยังจะช่วยบำรุงให้ผิวบริเวณข้อศอกชุ่มชื้นและไม่แห้งกร้านอีกด้วย

3. สครับด้วยน้ำตาลทรายแดง

นำน้ำตาลทรายแดง มาผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อย คนให้เข้ากันพอให้น้ำตาลยังไม่ละลายมาก จากนั้นให้นำมาขัดวนเบา ๆ บริเวณข้อศอก เสร็จแล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ล้างออกให้สะอาด ทำบ่อย ๆ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง น้ำตาลจะช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ขาวกระจ่างใส และน้ำผึ้งจะทำให้ผิวเนียนนุ่มมากขึ้น

4. ขัดด้วยน้ำส้มสายชู

นำน้ำส้มสายชูมาผสมกับโยเกิร์ตในอัตราส่วนที่เท่ากัน จากนั้นให้นำมาขัดและพอกบริเวณข้อศอกทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ล้างออกให้สะอาด และทาโลชั่นบำรุง กรดของน้ำส้มสายชูจะช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ข้อศอกขาวกระจ่างใส และโยเกิร์ตจะช่วยบำรุงให้ข้อศอกเนียนนุ่มขึ้นได้

5. หมั่นนวดข้อศอกด้วยน้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าวมีวิตามินอีที่สามารถช่วยลดความดำและป้องกันไม่ให้ผิวแห้งกร้านได้ดีค่ะสาว ๆ ดังนั้นแนะนำให้นำน้ำมันมะพร้าวมานวดบริเวณข้อศอกเป็นประจำทุกวัน จะช่วยทำให้ข้อศอกเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน อีกทั้งยังป้องกันข้อศอกดำด้านได้ดีอีกด้วย

6. ทาโลชั่นบำรุงข้อศอกอย่างสม่ำเสมอ

การทาโลชั่นที่ข้อศอกจะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส และไม่แห้งกร้าน ดังนั้นทุกวันเช้า-เย็นหลังอาบน้ำเสร็จ สาว ๆ จึงควรทาโลชั่นบำรุงผิวที่บริเวณข้อศอกเป็นประจำ นอกจากนี้ก่อนออกจากบ้านการทาครีมกันแดดที่บริเวณข้อศอกก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน เพราะผิวบริเวณข้อศอกนั้นจะไวต่อแสงแดดและคล้ำง่ายมาก ดังนั้นสาว ๆ จึงไม่ควรละเลยที่จะทาครีมกันแดดส่วนนี้ด้วย

7. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ข้อศอกเกิดการเสียดสี

การเสียดสีหรือแรงกดทับบริเวณข้อศอก ถือเป็นสาเหตุหนึ่งของการทำให้ข้อศอกดำและข้อศอกด้าน ดังนั้นสาว ๆ จึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ เช่น ไม่ควรเท้าข้อศอกบนโต๊ะ ไม่ควรยืนพิงข้อศอก หรือทำพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้ข้อศอกเกิดการกดทับหรือเสียดสี ซึ่งทางแก้ก็คือควรหาหมอนบาง ๆ หรือเบาะนุ่ม ๆ มารองเอาไว้จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้

วิธีแก้ตาบวมแบบเร่งด่วน

1. ประคบด้วยน้ำแข็ง

นำผ้าขาวบางหรือผ้าขนหนูบาง ๆ มาห่อน้ำแข็ง ทำเป็นลูกประคบ จากนั้นให้นำมาคลึง ๆ บริเวณเปลือกตาทั้งสองข้าง ประมาณ 20-30 นาที ความเย็นจะช่วยลดอาการบวมให้น้อยลงได้

2. ประคบด้วยถุงชา

นำถุงชาที่ชงดื่มแล้วเอาไปแช่ไว้ในตู้เย็นประมาณ 10-15 นาที จากนั้นนำถุงชาที่เย็นแล้วมาประคบทิ้งไว้ที่เปลือกตา ประมาณ 20-30 นาที ตาที่บวมเป่งก็จะกลับมาสวยปิ๊งเหมือนเดิม เพราะฤทธิ์ของชาสามารถช่วยลดอาการบวมได้ดี

3. ประคบด้วยนมสด

นำสำลีแผ่นไปชุบนมสดที่แช่เย็นเอาไว้พอหมาด ๆ จากนั้นให้นำแผ่นสำลีไปวางไว้ที่เปลือกตา (ทั้งเปลือกตาบนและใต้ตา) หลับตาพักประมาณ 20-30 นาที แล้วค่อยเอาออก ล้างหน้าตามปกติ เป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้อาการตาบวมลดลงได้

4. ประคบด้วยแตงกวา

นำแตงกวามาหั่นเป็นแว่นบาง ๆ จากนั้นให้นำไปแช่เย็น เมื่อตื่นมาพบว่าตาบวมให้นำแตงกวามาโปะไว้ที่เปลือกตาทั้งสองข้าง นอนหลับตาประมาณ 20-30 นาที แตงกวาเย็น ๆ จะช่วยฟื้นฟูสภาพดวงตาให้กลับคืนสภาพปกติ และจะช่วยให้ดวงตาสดใสขึ้นด้วย

5. ประคบด้วยช้อนแช่เย็น

นำช้อนสเตนเลสไปแช่เย็นไว้ในช่องฟรีซ เมื่อช้อนเย็นจัดแล้วให้นำมานวดประคบรอบ ๆ ดวงตาทั้งสองข้าง วิธีนี้จะช่วยให้อาการตาบวมยุบลงได้อย่างรวดเร็ว

6. แต่งหน้า

วิธีแต่งหน้าเพื่อกลบเกลื่อนอาการตาบวม ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยพรางอาการตาบวมได้แบบเร่งด่วน โดยการแต่งหน้าเพื่อกลบตาบวมให้เป็นธรรมชาตินั้นต้องใช้ตัวช่วยอย่าง คอนซีลเลอร์ อายครีม และไฮไลท์ โดยนำทั้ง 3 ตัวนี้มาผสมกันบนหลังฝ่ามือ จากนั้นให้นำมาป้ายลงบริเวณโหนกคิ้วและใต้ตาก่อนแต่งหน้า วิธีนี้จะช่วยพรางตาบวมได้

5 วิธีลดถุงใต้ตา

1. ใช้ช้อนเย็น

วิธีนี้แหละง่ายและทำได้ทุกคนแน่นอน แค่นำช้อนไปแช่ไว้ในตู้เย็นสัก 10-15 นาที จากนั้นนำมาครอบไว้บนเบ้าตาจนกว่าช้อนจะอุ่น วิธีนี้จะช่วยให้หลอดเลือดหดตัวลงและลดอาการตาบวมได้อยู่หมัด

2. ประคบด้วยถุงชา

นำถุงชามาชงในน้ำร้อน จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นให้หายร้อนสักครู่ แล้วค่อยหยิบถุงชาหรือจะใช้สำลีจุ่มน้ำชาที่ได้มาวางไว้บนเบ้าตาสัก 10-15 นาที เพียงเท่านี้ก็จะช่วยบรรเทาอาการตาบวมให้หายไปได้ง่าย ๆ แล้วค่ะ

3. ใช้ผักช่วยบรรเทา

ลองไปเปิดตู้เย็นแล้วหาดูว่ามีแตงกวาหรือมันฝรั่งบ้างไหม เพราะทั้ง 2 สิ่งนี้แหละที่สามารถช่วยลดถุงใต้ตาและอาการตาบวมได้ค่ะ หากมีแตงกวาลองสไลซ์ให้เป็นแว่นแล้วนำมาวางบนเบ้าตาทิ้งไว้สัก 10 นาทีหรือมากกว่านั้นก็ได้ แต่ถ้าใครมีมันฝรั่งก็ทำคล้าย ๆ กัน คือให้สไลซ์มาวางไว้บนเบ้าตาสัก 15-20 นาทีหรือนานจนกว่าอาการจะดีขึ้น

4. ดื่มน้ำเยอะ ๆ

รู้หรือไม่ว่าหากร่างกายดื่มน้ำไม่เพียงพอ ก็เป็นสาเหตุของการเกิดถุงใต้ตาได้เหมือนกันนะ อาจลองสังเกตดูง่าย ๆ วันไหนที่ดื่มน้ำน้อยหรือดื่มแอลกอฮอล์เยอะ ตื่นมาบอกเลยว่าถุงใต้ตาจะมาเยี่ยมเยือนทันที ฉะนั้นวิธีแก้ง่าย ๆ ก็แค่ดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 8 แก้ว นอกจากจะช่วยลดถุงใต้ตาแล้วยังทำให้ผิวดีอีกต่างหาก

5. ทาเจลว่านหางจระเข้

ไม่ว่าจะเป็นเจลว่านหางจระเข้สดที่ปลูกแทบทุกบ้าน หรือจะเจลว่านหางจระเข้ในรูปแบบกระปุกที่กำลังฮอตฮิตตอนนี้ ก็สามารถหยิบมาใช้ลดถุงใต้ตาที่บวมตุ่ยได้เหมือนกันค่ะ เพราะว่านหางจระเข้อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินอีที่ทำให้ผิวชุ่มชื้น แค่ทาแล้วนวดเบา ๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด แต่ต้องระวังอย่าให้เข้าตา

Powered by WordPress | Designed by: BlueHost Coupon | Compare CD Rates, Online Brokers and Press Release